ในการทำกิจกรรมพืชพักสวนครัวในครั้งได้ให้นีักเรียนนำกิ่งผักหวานและกิ่งชะอมมาทำการปักชำเพื่อจะไก้นำไปปลูก โดยจะนำไปปลกเป็นผักริมรั้วที่สามารถนำไปรับประทานได้ ในการทำกิจกรรมพืชผักสวนครัวในส่วนกิจกรรมนี้จะสอนให้นักเรียนได้รู้อะไรบ้างมาดูกัน
การปักชำ หมายถึง การนำส่วนต่างๆของพืชด้วยการตัดมาปักชำในดินหรือวัสดุเพาะเพื่อให้ได้ต้นใหม่ โดยการเกิดรากแขนงบริเวณโคนกิ่งที่ปักชำ
การปักชำแบ่งออกเป็น 4 ชนิด คือ
1. การปักชำกิ่ง
• การปักชำกิ่งแก่ เป็นวิธีที่ใช้กับไม้พลัดใบมากที่สุด โดยใช้กิ่งแก่ที่ไม่มีใบหรือตาที่กำลังแตกใหม่ กิ่งมีลักษณะสมบูรณ์ ไม่เหี่ยวแห้ง ตัดกิ่งยาวประมาณ 15-20 ซม. เป็นรูปปากฉลามเฉียงประมาณ 45-60 องศา ทั้งด้านบน และด้านล่าง ด้านบนตัดให้ห่างจากข้อหรือตากิ่งสุดท้ายยาวประมาณ 1-1.5 ซม.
• การปักชำกิ่งปานกลางหรือกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน เป็นวิธีที่ใช้กับไม้เนื้อแข็งที่ไม่พลัดใบหรือไม้ผลัดใบ ด้วยการตัดกิ่งที่ไม่แก่เต็มที่ กิ่งมีลักษณะอวบ สีกิ่งมีสีไม่เข้มมาก กิ่งมีความสมบูรณ์ ไม่เหี่ยว ไม่เป็นโรค กิ่งอาจมีใบติด 2-3 ใบ สำหรับพืชบางชนิดหรือใช้กิ่งที่ไม่มีใบติด ส่วนการตัดจะตัดในลักษณะเดียวกันกับการปักชำโดยใช้กิ่งแก่
• การปักชำกิ่งอ่อน เป็นวิธีที่นิยมใช้สำหรับการขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับเป็นส่วนใหญ่ ด้วยการตัดกิ่งอ่อน กิ่งมีลักษณะสมบูรณ์ อาจมียอด และใบติดหรือไม่มีก็ได้ ยอดที่ติดควรเจริญเติบโตดี ไม่เป็นโรค ตัดกิ่งหรือปลายยอดยาว 5-10 ซม. ตัดในลักษณะที่กล่าวข้างต้น ส่วนพืชบางชนิดที่ต้องการปักชำโดยมีใบ และยอดติดให้ตัดที่โคนกิ่งเพียงข้างเดียว
• การปักชำกิ่งไม้เนื้ออ่อน เป็นวิธีที่ใช้สำหรับพืชบางชนิด ส่วนมากเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ที่มีลักษณะกิ่งหรือลำต้นเป็นไม้เนื้ออ่อน เช่น ฤาษีผสม เบญจมาศ คาร์เนชั่น การเลือก และการตัดกิ่งจะใช้วิธีการเดียวกันกับที่กล่าวมาข้างต้น
2. การปักชำราก เป็นวิธีที่ไม่ค่อยนิยม มักใช้กับพืชบางชนิดที่แตกหน่อตามกิ่งรากหรือมีตาเกิดตามรากพบมากในพืชน้ำหรือพืชที่เป็นเครือ เช่น บัว มันบางชนิด เป็นต้น ซึ่งควรเลือกรากที่มีตาหรือหน่อติดมาด้วย
3. การปักชำใบ เป็นวิธีที่ใช้กับไม้ที่มีใบลักษณะหนาหรืออวบน้ำ มักใช้มากสำหรับไม้ดอกไม้ประดับ โดยราก และยอดจะแตกออกบริเวณโคนก้านใบเหนือฐานรอยตัด โดยเฉพาะบริเวณของเส้นใบ แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ
• การปักชำแผ่นใบ ทั้งใบที่มีตายอด และใบที่ไม่มีการแตกตายอด ด้วยการตัดใบเป็นแผ่นๆ และนำมาปักชำ เช่น ต้นคว่ำตายหงายเป็น เป็นต้น
• การปักชำก้านใบ โดยใช้ใบที่มีก้านใบติดอยู่นำมาปักชำ โดยให้ส่วนก้านใบชำลงดิน เช่น ใบเพปเพอโรเมีย ใบมะนาว เป็นต้นการตัดจะใช้วิธีตัดให้ชิดโคนก้านใบมากที่สุด
4. การปักชำใบที่มีตา เป็นวิธีที่ใช้กับพืชพืชเนื้ออ่อนพวกไม้ประดับ และพืชเนื้อแข็งบางชนิด เช่น โกศล ยางอินเดีย เป็นต้น ด้วยการตัดกิ่งด้านล่าง และด้านบนของตา และยอดที่มีใบติดมาด้วย
การปักชำ
• วัสดุ อุปกรณ์
– กรรไกรตัดกิ่ง
– ดิน และวัสดุเพาะ
– กระถางดินเผาหรือพลาสติกหรือวัสดุไม่ได้ใช้ต่างๆ เช่น กะละมัง ถังพลาสติก เป็นต้น
– ยาป้องกันเชื้อรา เช่น แคปแทน เบนเลท เป็นต้น
– ฮอร์โมนเร่งราก เช่น ออกซิน เป็นต้น
• การเตรียมดิน และวัสดุเพาะ
ดินที่ใช้ผสมควรเป็นดินร่วนปนทรายหรือดินร่วน ด้วยการผสมกับวัสดุเหลือใช้ต่างๆ เช่น แกลบ ขี้เถ้า ขุ๋ยมะพร้าว เป็นต้น ในอัตราส่วนดินกับวัสดุ 2:1 หรือ 1:1 เมื่อเตรียมวัสดุเพาะเสร็จให้บรรจุใส่กระถางดินเผาหรือพลาสติก หรืออาจก่ออิฐบล็อกกั้นเป็นแปลงเพาะชำหรือทำการยกร่องแปลงสูงด้วยการใส่วัสดุเพาะที่เตรียมไว้
• วิธีการปักชำ
ก่อนทำการปักชำกิ่งทุกชนิดให้กรีดบริเวณโคนกิ่งยาว 1-2 ซม. ตามแนวยาว 1-2 ด้าน และแช่ฮอร์โมนเร่งราก และยาป้องกันเชื้อราเสียก่อนด้วยการจุ่มโคนกิ่งปักชำตามระยะโคนกิ่งที่ปักชำในดินนาน 10-30 นาที แต่ในการปักชำครั้งนี้ได้ปักชำโดยไม่ใช้ยาเร่งรากและยาป้องกันเชื้อรา ใช้วิธีการทางธรรมชาติ
– การปักชำกิ่ง จะใช้วิธีการเสียบกิิ่งลึกประมาณ 5-10 ซม. ขึ้นอยู่กับความยาวของกิ่ง และชนิดพืช
– การปักชำราก จะใช้วิธีการชำในลักษณะการปักชำกิ่งหรือการชำโดยการกลบทั้งราก
– การปักชำใบ จะใช้วิธีปักชำใบบางส่วนหรือการชำก้านใบลงดินโดยมีใบบางส่วนอยู่พื้นเหนือดิน
– การปักชำใบที่มีตา จะใช้วิธีการปักชำเฉพาะส่วนที่เป็นโคนกิ่งที่มีตาให้ฝังลงดิน โดยส่วนใบหรือตาจะพ้นเหนือดินด้านบน
• การดูแลรักษา
การให้น้ำจำเป็นต้องให้น้ำทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง เช้า-เย็น อย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาความชุ่มชื้น โดยระวังไม่ให้น้ำมากเกินไปจนน้ำท่วมขังหรือดินเปียกมาก เพราะอาจทำให้กิ่งเน่าได้ง่าย ส่วนการใส่ปุ๋ยไม่จำเป็นในระยะแรก แต่อาจใส่ปุ๋ยก่อนระยะย้ายกล้าออกปลูกประมาณ 1-2 อาทิตย์ ด้วยการละลายปุ๋ยหรือใช้ปุ๋ยน้ำ สูตร 16-20-0
แต่ในการทำกิจกรรมครั้งนี้นักเรียนสามารถได้เรียนรู้วิธีวิธีการผสมดินและวิธีการปักชำแบบธรรชาติโดยที่ไม่ต้องใช้สารเคมี และนักเรียนสามารถที่จะเเลือกกิ่งผักหวานและกิ่งชะอมได้อย่างเหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการปักชำ
การปักชำ หมายถึง การนำส่วนต่างๆของพืชด้วยการตัดมาปักชำในดินหรือวัสดุเพาะเพื่อให้ได้ต้นใหม่ โดยการเกิดรากแขนงบริเวณโคนกิ่งที่ปักชำ
การปักชำแบ่งออกเป็น 4 ชนิด คือ
1. การปักชำกิ่ง
• การปักชำกิ่งแก่ เป็นวิธีที่ใช้กับไม้พลัดใบมากที่สุด โดยใช้กิ่งแก่ที่ไม่มีใบหรือตาที่กำลังแตกใหม่ กิ่งมีลักษณะสมบูรณ์ ไม่เหี่ยวแห้ง ตัดกิ่งยาวประมาณ 15-20 ซม. เป็นรูปปากฉลามเฉียงประมาณ 45-60 องศา ทั้งด้านบน และด้านล่าง ด้านบนตัดให้ห่างจากข้อหรือตากิ่งสุดท้ายยาวประมาณ 1-1.5 ซม.
• การปักชำกิ่งปานกลางหรือกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อน เป็นวิธีที่ใช้กับไม้เนื้อแข็งที่ไม่พลัดใบหรือไม้ผลัดใบ ด้วยการตัดกิ่งที่ไม่แก่เต็มที่ กิ่งมีลักษณะอวบ สีกิ่งมีสีไม่เข้มมาก กิ่งมีความสมบูรณ์ ไม่เหี่ยว ไม่เป็นโรค กิ่งอาจมีใบติด 2-3 ใบ สำหรับพืชบางชนิดหรือใช้กิ่งที่ไม่มีใบติด ส่วนการตัดจะตัดในลักษณะเดียวกันกับการปักชำโดยใช้กิ่งแก่
• การปักชำกิ่งอ่อน เป็นวิธีที่นิยมใช้สำหรับการขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับเป็นส่วนใหญ่ ด้วยการตัดกิ่งอ่อน กิ่งมีลักษณะสมบูรณ์ อาจมียอด และใบติดหรือไม่มีก็ได้ ยอดที่ติดควรเจริญเติบโตดี ไม่เป็นโรค ตัดกิ่งหรือปลายยอดยาว 5-10 ซม. ตัดในลักษณะที่กล่าวข้างต้น ส่วนพืชบางชนิดที่ต้องการปักชำโดยมีใบ และยอดติดให้ตัดที่โคนกิ่งเพียงข้างเดียว
• การปักชำกิ่งไม้เนื้ออ่อน เป็นวิธีที่ใช้สำหรับพืชบางชนิด ส่วนมากเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ที่มีลักษณะกิ่งหรือลำต้นเป็นไม้เนื้ออ่อน เช่น ฤาษีผสม เบญจมาศ คาร์เนชั่น การเลือก และการตัดกิ่งจะใช้วิธีการเดียวกันกับที่กล่าวมาข้างต้น
2. การปักชำราก เป็นวิธีที่ไม่ค่อยนิยม มักใช้กับพืชบางชนิดที่แตกหน่อตามกิ่งรากหรือมีตาเกิดตามรากพบมากในพืชน้ำหรือพืชที่เป็นเครือ เช่น บัว มันบางชนิด เป็นต้น ซึ่งควรเลือกรากที่มีตาหรือหน่อติดมาด้วย
3. การปักชำใบ เป็นวิธีที่ใช้กับไม้ที่มีใบลักษณะหนาหรืออวบน้ำ มักใช้มากสำหรับไม้ดอกไม้ประดับ โดยราก และยอดจะแตกออกบริเวณโคนก้านใบเหนือฐานรอยตัด โดยเฉพาะบริเวณของเส้นใบ แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ
• การปักชำแผ่นใบ ทั้งใบที่มีตายอด และใบที่ไม่มีการแตกตายอด ด้วยการตัดใบเป็นแผ่นๆ และนำมาปักชำ เช่น ต้นคว่ำตายหงายเป็น เป็นต้น
• การปักชำก้านใบ โดยใช้ใบที่มีก้านใบติดอยู่นำมาปักชำ โดยให้ส่วนก้านใบชำลงดิน เช่น ใบเพปเพอโรเมีย ใบมะนาว เป็นต้นการตัดจะใช้วิธีตัดให้ชิดโคนก้านใบมากที่สุด
4. การปักชำใบที่มีตา เป็นวิธีที่ใช้กับพืชพืชเนื้ออ่อนพวกไม้ประดับ และพืชเนื้อแข็งบางชนิด เช่น โกศล ยางอินเดีย เป็นต้น ด้วยการตัดกิ่งด้านล่าง และด้านบนของตา และยอดที่มีใบติดมาด้วย
การปักชำ
• วัสดุ อุปกรณ์
– กรรไกรตัดกิ่ง
– ดิน และวัสดุเพาะ
– กระถางดินเผาหรือพลาสติกหรือวัสดุไม่ได้ใช้ต่างๆ เช่น กะละมัง ถังพลาสติก เป็นต้น
– ยาป้องกันเชื้อรา เช่น แคปแทน เบนเลท เป็นต้น
– ฮอร์โมนเร่งราก เช่น ออกซิน เป็นต้น
• การเตรียมดิน และวัสดุเพาะ
ดินที่ใช้ผสมควรเป็นดินร่วนปนทรายหรือดินร่วน ด้วยการผสมกับวัสดุเหลือใช้ต่างๆ เช่น แกลบ ขี้เถ้า ขุ๋ยมะพร้าว เป็นต้น ในอัตราส่วนดินกับวัสดุ 2:1 หรือ 1:1 เมื่อเตรียมวัสดุเพาะเสร็จให้บรรจุใส่กระถางดินเผาหรือพลาสติก หรืออาจก่ออิฐบล็อกกั้นเป็นแปลงเพาะชำหรือทำการยกร่องแปลงสูงด้วยการใส่วัสดุเพาะที่เตรียมไว้
• วิธีการปักชำ
ก่อนทำการปักชำกิ่งทุกชนิดให้กรีดบริเวณโคนกิ่งยาว 1-2 ซม. ตามแนวยาว 1-2 ด้าน และแช่ฮอร์โมนเร่งราก และยาป้องกันเชื้อราเสียก่อนด้วยการจุ่มโคนกิ่งปักชำตามระยะโคนกิ่งที่ปักชำในดินนาน 10-30 นาที แต่ในการปักชำครั้งนี้ได้ปักชำโดยไม่ใช้ยาเร่งรากและยาป้องกันเชื้อรา ใช้วิธีการทางธรรมชาติ
– การปักชำกิ่ง จะใช้วิธีการเสียบกิิ่งลึกประมาณ 5-10 ซม. ขึ้นอยู่กับความยาวของกิ่ง และชนิดพืช
– การปักชำราก จะใช้วิธีการชำในลักษณะการปักชำกิ่งหรือการชำโดยการกลบทั้งราก
– การปักชำใบ จะใช้วิธีปักชำใบบางส่วนหรือการชำก้านใบลงดินโดยมีใบบางส่วนอยู่พื้นเหนือดิน
– การปักชำใบที่มีตา จะใช้วิธีการปักชำเฉพาะส่วนที่เป็นโคนกิ่งที่มีตาให้ฝังลงดิน โดยส่วนใบหรือตาจะพ้นเหนือดินด้านบน
• การดูแลรักษา
การให้น้ำจำเป็นต้องให้น้ำทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง เช้า-เย็น อย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาความชุ่มชื้น โดยระวังไม่ให้น้ำมากเกินไปจนน้ำท่วมขังหรือดินเปียกมาก เพราะอาจทำให้กิ่งเน่าได้ง่าย ส่วนการใส่ปุ๋ยไม่จำเป็นในระยะแรก แต่อาจใส่ปุ๋ยก่อนระยะย้ายกล้าออกปลูกประมาณ 1-2 อาทิตย์ ด้วยการละลายปุ๋ยหรือใช้ปุ๋ยน้ำ สูตร 16-20-0
แต่ในการทำกิจกรรมครั้งนี้นักเรียนสามารถได้เรียนรู้วิธีวิธีการผสมดินและวิธีการปักชำแบบธรรชาติโดยที่ไม่ต้องใช้สารเคมี และนักเรียนสามารถที่จะเเลือกกิ่งผักหวานและกิ่งชะอมได้อย่างเหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการปักชำ

ครูสอนให้นักเรียนผสมดินกับมูลสัตว์ แกลบ และขุยมะพร้าว เพื่อผสมให้ได้อัตราส่วนที่เหมาะสม และในการผสมถ้าดินแห้งเกินไปต้องรดนำ้เล็กน้อยเพื่อให้ง่ายแก่การผสม
นักเรียนช่วยกันผสมดินกับ มูลสัตว์ แกลบ และขุยมะพร้าว ให้เข้ากันและให้ดินนั้นมีความละเอียดมากมาที่สุด เพื่อง่ายแก่การบรรจุถุง
ครูได้สอนวิธีการบรรจุดินในถุงดำเพื่อใช้สำหรับการปักชำ โดยในการบรรจุดินใส่ถุงนั้นต้องใส่ดินให้แน่น เพราะเวลารดนำ้ดินจะได้ไม่ลดลงมาก
ครูได้สอนวิธีการบรรจุดินในถุงดำเพื่อใช้สำหรับการปักชำ โดยในการบรรจุดินใส่ถุงนั้นต้องใส่ดินให้แน่น เพราะเวลารดนำ้ดินจะได้ไม่ลดลงมาก
เมื่อครูสอนเสร็จก็ได้ให้นักเรียนช่วยกันนำดินใส่ถุงคนละ 10- 15 ถุง แล้วนำไปวางเรียงไว้ตามที่ที่ครูได้จัดไว้ให้
ครูสอนวิธีการเลือกกิจผักหวานและกิ่งชะอม ที่ใช้ในการปักชำ โดยจะต้องเลือกกิี่งที่ไม่ก่อนเกินไป
หลังจจากที่นักเรียนได้กิ่งที่ตนเองต้องใช้ในการปักชำแล้ว ครูก็ได้สอนนักเรียนในขั้นต่อไป วิธีการปักชำ ในการปักชำจะต้องดูให้ดีว่าด้านส่วนบน ด้านไหนส่วนล่าง ต้องปักส่วนล่างขิงกิ่งลงดินในการสังเกตจะสังเกตที่ตาของกิ่ง
ครูได้ให้นักเรียนช่วยกันปักกิ่งชำจนเสร็จ และหลังจากนั้นให้นักเรียนช่วยกันรดนำ้ และได้จัดเวรในการมาดูแลรดนำ้
เมื่อนักเรียนปักชำเสดแล้วก็ได้ให้นักเรียนสรุปองความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ในครั้งนี้
และนักเรียนสามารถที่จะนำประโยชน์จากการเรียนในครั้งนี้นำไปใช้ที่บ้านของตัวเองได้
สามรถนำสิ่งที่เรียนในครั้งนี้ไปปลูกเป็นผักริมรั้วที่บ้านของตนเอง
ซึ่งมีประโยชน์มากมายหลายด้าน เช่น นำผักไปประกอบอาหาร
เป็นต้น
ในการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์
คือ
นักเรียนสามารถไดเรู้ถึงประโยชน์ทางโภชนาการและการเจริญเติบโตของพืช
ซึ่งเรียนอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น